ตลาด"เพศทางเลือก"แรง ทอม-ดี้-เกย์แห่จับคู่ช็อปซื้อบ้าน
ตลาด"เพศทางเลือก"แรง ทอม-ดี้-เกย์แห่จับคู่ช็อปซื้อบ้าน
ถึงจุดเปลี่ยนสังคมไทย ควันหลงงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 13 เกิดปรากฏการณ์เซอร์ไพรส์ พบกำลังซื้อกลุ่มเพศที่สามมาแรง คนรุ่นใหม่เดินช็อปที่อยู่อาศัยขนาดย่อมเพียบ ห้องชุดริมรถไฟฟ้า-ทาวน์เฮาส์ราคาไม่แพง ตลาดตอบรับสูง จุฬาฯชี้น่าจับตาคนโสดซื้อบ้านมากขึ้น ลงลึกข้อมูลซื้ออยู่กับเพื่อน-ญาติตัวเลขโต เผยทำเลโซนตะวันออกล้มแชมป์โซนเหนือ 5 โครงการม้ามืดยอดขายล้นมือ
ผ ลพวงของการจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 13 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อวันที่ 27-30 ตุลาคม 2548 ที่ผ่านมา นอกเหนือจากจำนวนผู้เข้าชมงานจะทะลุเป้า 1 แสนคน และผู้ประกอบการทำยอดขายในงานนี้งานเดียวเป็นเม็ดเงินกว่า 2,000 ล้านบาทนั้น
ผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" รายงานว่า จากการสำรวจและสอบถามบูทโครงการส่วนใหญ่ พบว่าปีนี้เกิดปรากฏการณ์ใหม่ที่น่าสนใจคือพฤติกรรมการเลือกซื้อบ้านหรือที่ อยู่อาศัยหลังใหม่ จะเน้นความเป็นยูนิตเล็กมากกว่ายูนิตใหญ่ ซึ่งสามารถอธิบายได้ว่า งานมหกรรมฯเป็นศูนย์รวมของโครง การซื้อขายบ้านระดับแมส (mass) และเป็นกำลังซื้อที่แท้จริง ดังนั้นกลุ่มผู้บริโภคเหล่านี้จึงเป็นเป้าหมายหลักของการเจาะตลาดและเก็บเป็ นฐานข้อมูลของบริษัทพัฒนาที่ดินต่างๆ
สังเกตจากกล่องรับชิ้นส่วนในงา น 2 กล่องที่ทาง 3 สมาคมคือ สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย สมาคมอาคารชุดไทย และสมาคมบ้านจัดสรร ในนามกลุ่มผู้จัดงานมหกรรมฯ ได้อัดโปรโมชั่นดึงความสนใจด้วยการประกาศแจกฟรีรถฮอนด้า แจ๊ซ แก่ผู้เข้าลงทะเบียนชมงาน ต่างมีผู้หย่อนบัตรเกินครึ่งทั้ง 2 กล่องคือชมงานกับตัดสินใจซื้อบ้านแล้ว
โดยพบว่าวันแรกมีผู้เข้าชมงานมากถึง 3,000 คน ซึ่งมากกว่าปีก่อนๆ ทั้งๆ ที่กระแสข่าวเป็นช่วงเศรษฐกิจขาลง
ร ายงานข่าวระบุประเด็นสำคัญอีกว่า กลุ่มผู้บริโภคที่มาเดินงานมหกรรมฯส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ ฐานะปานกลางและเป็นพนักงานบริษัทใหญ่เล็กแตกต่างกันไป โดยมีรายได้ประจำและปรารถนาซื้อบ้านเป็นของตนเองในระดับราคา 2-3 ล้านบาท ส่งผลให้บูทโครงการอาคารชุดพักอาศัย (คอนโดมิเนียมแบบสตูดิโอและขนาด 1 ห้องนอน) ในทำเลใจกลางเมืองและทาวน์เฮาส์ราคาไม่แพงมาก ทั้งแบรนด์เนมและโนเนมจะได้รับความสนใจมากที่สุด
"และน่าแปลกมากขึ้น เมื่อพบว่ากลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ตั้งใจมาช็อปปิ้งซื้อหาบ้านกันมากขึ้นนั้น กลายเป็นตลาดเพศที่สามที่มาแรง เฉพาะงานวันแรกจะเห็นชัด หลายคู่เดินควงกันมา เช่น หญิงกับหญิง ชายกับชาย โดยแวะเข้าสอบถามบูทโครงการที่ตั้งราคาขายไม่แพงมาก ส่วนคนหนุ่มสาวที่มีแผนแต่งงานและเพิ่งแต่งงาน ในลักษณะครอบครัวใหม่ก็มากันเยอะ" รายงานข่าวกล่าว
อีกส่วนเป็นกำลัง ซื้อมาจากครอบครัวขนาด กลางและขนาดใหญ่ ที่มองซื้อบ้านใหม่ระดับ 5 ล้านบาทขึ้นไป แต่จะใช้เวลาการตัดสินใจซื้อนานกว่าบ้านหลังเล็ก
แห่จับคู่ช็อปงานมหกรมบ้านฯ
จ ากการสอบถามพนักงานขายรายหนึ่งที่ออกบูทงานมหกรรมฯ เธอกล่าวว่า เท่าที่สังเกตเห็นลูกค้าที่แวะบูทปีนี้ จะเป็นลูกค้ากลุ่มเพศเดียวกันที่ควงคู่มาเลือกซื้อหาบ้านใหม่ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะมีมากๆ จนลายตา แต่ระยะหลังมีมาบ่อย ทางเซลส์ก็พยายามให้กรอกสอบถามข้อมูลตามนโยบายบริษัท
"กลุ่มนี้จะมีเงินและค่อนข้างมีรสนิยมในการเลือกซื้อบ้าน หลักๆ จะดูประเภทบ้าน ราคา ทำเล และดีไซน์เป็นหลัก ตรงไหนเชยเขาก็จะบอกเราตรงๆ" เซลส์ขายบ้านคนเดิมย้ำ
นายพรนริศ ชวนไชยสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทพรไพลิน จำกัด และเจ้าของศูนย์การค้าเซ็นเตอร์พอยต์ สยามสแควร์ ในฐานะประธานจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโดครั้งล่าสุด กล่าวยอมรับกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า งานที่จัดขึ้นเพียง 4 วันได้รับการตอบรับสูงมาก จึงมั่นใจว่าตลาดที่อยู่อาศัยยังเป็นธุรกิจที่ไปได้
"นี่คือการมอง ภาพรวมแบบสัจธรรมของปัจจัยสี่ในชีวิตมนุษย์ แม้ว่าปัจจุบันจะมีปัจจัยที่เกิดขึ้นตามมาคือรถและมือถือ เป็นปัจจัยที่ห้าและหก ตลาดบ้านก็ยังจำเป็น คนเกิดขึ้นทุกวัน แต่ที่ดินมีจำกัด" นายพรนริศกล่าวและว่า
ส่วนกลุ่มลูกค้าตลาดเพศทางเ ลือก หรือเพศที่สาม หรือเพศเดียวกัน อาจยังไม่ชัดในด้านสถิติข้อมูลที่แวะเวียนเข้ามาชมงานหรือตัดสินใจซื้อบ้านภ ายในงานนี้ แต่ในข้อเท็จจริงพฤติกรรมผู้บริโภคยุคปัจจุบันเปลี่ยนเร็วและเปลี่ยนมาพักให ญ่แล้ว จึงไม่ต้องสงสัยว่า ยอดซื้อขายบ้านส่วนหนึ่งจะมาจากกลุ่มลูกค้าเหล่านี้และเป็นลูกค้าที่มีกำลัง ซื้อจริง ประมาทไม่ได้
"ในวงการเรารู้กันมานานแล้ว ในแง่ธุรกิจถือเป็นกรณีน่าศึกษา ไม่อย่างนั้นตลาดเครื่องสำอางพวกบิวตี้เมนหรือเสื้อผ้าแฟชั่นยูนิเซ็กซ์จะขา ยดีเหรอ"
นายพรนริศตั้งข้อสังเกตว่า ในความคิดเห็นส่วนตัว กำลังซื้อของตลาดเพศทางเลือกกำลังมาแรงในทุกๆ สินค้า แต่ไม่มีองค์กรหรือหน่วยงานใดจัดทำเป็นฐานข้อมูลอ้างอิง แม้แต่งานมหกรรมฯก็ระบุคำถามเพียงกว้างๆ เท่านั้น แต่ข้อมูลเชิงลึกเรารับรู้กันในทางพฤตินัยเท่านั้น ซึ่งเป็นสิทธิส่วนบุคคลและไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใคร
"ดังนั้นจะ เห็นว่ากลุ่มลูกค้าเหล่านี้ไม่ค่อยอยากให้ข้อมูลเท่าใดนัก แต่การแต่งกาย บุคลิกและไลฟ์สไตล์ของแต่ละคู่จะบ่งบอกชัด ว่าไปแล้วกลุ่มนี้จะมีรายได้ที่ดีและมีอาชีพที่อิสระ ใช้การครีเอตสูง"
น ายสุนทร สถาพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เฉลิมนคร จำกัด หนึ่งในคณะกรรมการจัดงานมห กรรมฯ กล่าวยอมรับว่า ล้วนมีการปรับตัว ปรับดีไซน์ขายคุณภาพ และเช่นกันตลาดเพศทางเลือกก็เป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงและเชื่อว่ากลุ่มนี้ กำลังคิดตัดสินใจหาซื้อบ้านใหม่กันมากขึ้น
"คิดง่ายๆ ถ้าเราเข้าไปหมู่บ้านใดหมู่บ้านหนึ่ง เราจะพบว่ามีคู่ที่ซื้อบ้านอยู่ร่วมกันและกู้ร่วมกันจำนวนหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่ญาติ แต่เป็นเพื่อนสนิทที่โคจรมาเจอกัน เป็นปรากฏการณ์ใหม่ที่ดูกลมกลืน ไม่ได้สร้างความแปลกแยก ต่างกับยุคบูมสมัยก่อนที่มีบางโครงการชูคอนเซ็ปต์แบบโจ๋งครึ่มแต่ก็ไปไม่รอด " นายสุนทรกล่าว
จุฬาฯลงลึกข้อมูล "อยู่กับเพื่อน"
ร ศ.ดร.บัณฑิต จุลาสัย อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ปัจจุบันยังไม่มีสถาบันใดลงลึกข้อมูลสำรวจตลาดอย่างจริงจัง ในประเด็นกำลังซื้อของตลาดเพศทางเลือก แต่ทุกคนในวงการพร็อพเพอร์ตี้รับรู้มาตลอดว่ามีจริง
"เท่าที่ทราบจะม ีกลุ่มนักเรียนนักศึกษาที่ลงพื้นที่สำรวจตามโครงการจัดสรร ก็พบอยู่หลายรายที่เพื่อนอยู่กับเพื่อนและเป็นเพศเดียวกัน" รศ.ดร.บัณฑิตกล่าวและระบุข้อมูลว่า
จากประสบการณ์การทำวิจัยและสำรวจ พฤติกรรมคนคิดจะซื้อบ้านและซื้อบ้านแล้ว ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มลูกค้าครอบครัวเก่า ครอบครัวใหม่และกลุ่มคนโสด ซึ่งประเด็นหลังจะมีมากขึ้นแบบสัดส่วนครึ่งต่อครึ่ง
อย่างล่าสุดใน การจัดทำแบบสอบถามเชิงสำรวจพฤติกรรมผู้ซื้อบ้านใหม่ สถาบันจะตั้งคำถามว่า ซื้อบ้านประเภทใด งบประมาณเท่าไหร่ ทำเลไหน และอยู่อาศัยกับใคร ซึ่งเปอร์เซ็นต์การตอบจะบอกว่า "อยู่กับครอบครัว 84.9%"
"แต่ที่เราท ึ่งคือ มีคำตอบที่ลึกลงไปคืออยู่กับเพื่อน 2.0% และอยู่คนเดียว 13.1% ผมเองก็ไม่กล้าไปเชื่อมโยงข้อมูล แต่ก็ฉุกคิดเหมือนกันว่า ความสัมพันธ์ของเพื่อนกำลังพัฒนาเป็นตลาดใหม่ที่มาเพิ่มแชร์ยอดซื้อขายบ้านใ นตลาดรึเปล่า ?" รศ.ดร. บัณฑิตตั้งข้อสังเกต
แลนด์ฯไม่เชื่อแต่สนใจ
เ มื่อ "ประชาชาติธุรกิจ" สอบถามความเห็นนายนพร สุนทรจิตต์เจริญ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะยักษ์ใหญ่วงการจัดสรรและมีฐานข้อมูลลูกค้าผู้ซื้อบ้านมากที่สุด นายนพรยอมรับว่า เป็นข้อมูลและเป็นมุมมองใหม่ของวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย หากมีข้อมูลที่ชี้ชัดจริงๆ ก็น่าจะสะท้อนอะไรได้ บางอย่าง
"ผมคงตอ บอะไรไม่ได้มาก เพราะยังไม่ได้ศึกษาข้อมูลเฉพาะเหล่านี้อย่างจริงจัง ต้องลงลึกในรายละเอียด ว่าเป็นกลุ่มลูกค้าประเภทใด และต้องการสินค้าในรูปแบบใด แต่ส่วนตัวยอมรับว่าเป็นเรื่องที่เร็วเกินไปสำหรับสังคมไทย"
แหล่งข่ าวจากคณะกรรมการจัดงานมหกรรมฯท่านหนึ่งระบุข้อมูลใหม่กับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ผลสรุปของทำเลที่มาแรงสุดในปีนี้กลายเป็นโซนตะวันออก ย่านใกล้เคียงแหล่งงานใหม่สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นการล้มแชมป์โซนทิศเหนือครั้งแรกที่ครองยอดขายมาตลอดกาล
"โคร งการขายดีในงานที่คัดชื่อมา 5 บริษัทคือ นิรันดร์วิลล์ 43 ยูนิต ศุภาลัย (คอนโดฯย่านเจริญกรุงและสุขุมวิท 101) 25 ยูนิต รุ่งพัฒนาพร็อพเพอร์ตี้ พฤกษาฯ และซื่อตรงเฉลี่ยรายละ 20 กว่ายูนิต จะเห็นว่าสินค้าที่ขายได้กลายเป็นคอนโดฯทำเลเกาะแนวรถไฟฟ้าและทาวน์เฮาส์หลั งย่อม"
หน้า 1
หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ : หนังสือพิมพ์ธุรกิจราย 3 วัน ที่ได้รับความเชื่อถือสูงสุดมาตลอด 28 ปี
ถึงจุดเปลี่ยนสังคมไทย ควันหลงงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 13 เกิดปรากฏการณ์เซอร์ไพรส์ พบกำลังซื้อกลุ่มเพศที่สามมาแรง คนรุ่นใหม่เดินช็อปที่อยู่อาศัยขนาดย่อมเพียบ ห้องชุดริมรถไฟฟ้า-ทาวน์เฮาส์ราคาไม่แพง ตลาดตอบรับสูง จุฬาฯชี้น่าจับตาคนโสดซื้อบ้านมากขึ้น ลงลึกข้อมูลซื้ออยู่กับเพื่อน-ญาติตัวเลขโต เผยทำเลโซนตะวันออกล้มแชมป์โซนเหนือ 5 โครงการม้ามืดยอดขายล้นมือ
ผ ลพวงของการจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 13 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อวันที่ 27-30 ตุลาคม 2548 ที่ผ่านมา นอกเหนือจากจำนวนผู้เข้าชมงานจะทะลุเป้า 1 แสนคน และผู้ประกอบการทำยอดขายในงานนี้งานเดียวเป็นเม็ดเงินกว่า 2,000 ล้านบาทนั้น
ผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" รายงานว่า จากการสำรวจและสอบถามบูทโครงการส่วนใหญ่ พบว่าปีนี้เกิดปรากฏการณ์ใหม่ที่น่าสนใจคือพฤติกรรมการเลือกซื้อบ้านหรือที่ อยู่อาศัยหลังใหม่ จะเน้นความเป็นยูนิตเล็กมากกว่ายูนิตใหญ่ ซึ่งสามารถอธิบายได้ว่า งานมหกรรมฯเป็นศูนย์รวมของโครง การซื้อขายบ้านระดับแมส (mass) และเป็นกำลังซื้อที่แท้จริง ดังนั้นกลุ่มผู้บริโภคเหล่านี้จึงเป็นเป้าหมายหลักของการเจาะตลาดและเก็บเป็ นฐานข้อมูลของบริษัทพัฒนาที่ดินต่างๆ
สังเกตจากกล่องรับชิ้นส่วนในงา น 2 กล่องที่ทาง 3 สมาคมคือ สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย สมาคมอาคารชุดไทย และสมาคมบ้านจัดสรร ในนามกลุ่มผู้จัดงานมหกรรมฯ ได้อัดโปรโมชั่นดึงความสนใจด้วยการประกาศแจกฟรีรถฮอนด้า แจ๊ซ แก่ผู้เข้าลงทะเบียนชมงาน ต่างมีผู้หย่อนบัตรเกินครึ่งทั้ง 2 กล่องคือชมงานกับตัดสินใจซื้อบ้านแล้ว
โดยพบว่าวันแรกมีผู้เข้าชมงานมากถึง 3,000 คน ซึ่งมากกว่าปีก่อนๆ ทั้งๆ ที่กระแสข่าวเป็นช่วงเศรษฐกิจขาลง
ร ายงานข่าวระบุประเด็นสำคัญอีกว่า กลุ่มผู้บริโภคที่มาเดินงานมหกรรมฯส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ ฐานะปานกลางและเป็นพนักงานบริษัทใหญ่เล็กแตกต่างกันไป โดยมีรายได้ประจำและปรารถนาซื้อบ้านเป็นของตนเองในระดับราคา 2-3 ล้านบาท ส่งผลให้บูทโครงการอาคารชุดพักอาศัย (คอนโดมิเนียมแบบสตูดิโอและขนาด 1 ห้องนอน) ในทำเลใจกลางเมืองและทาวน์เฮาส์ราคาไม่แพงมาก ทั้งแบรนด์เนมและโนเนมจะได้รับความสนใจมากที่สุด
"และน่าแปลกมากขึ้น เมื่อพบว่ากลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ตั้งใจมาช็อปปิ้งซื้อหาบ้านกันมากขึ้นนั้น กลายเป็นตลาดเพศที่สามที่มาแรง เฉพาะงานวันแรกจะเห็นชัด หลายคู่เดินควงกันมา เช่น หญิงกับหญิง ชายกับชาย โดยแวะเข้าสอบถามบูทโครงการที่ตั้งราคาขายไม่แพงมาก ส่วนคนหนุ่มสาวที่มีแผนแต่งงานและเพิ่งแต่งงาน ในลักษณะครอบครัวใหม่ก็มากันเยอะ" รายงานข่าวกล่าว
อีกส่วนเป็นกำลัง ซื้อมาจากครอบครัวขนาด กลางและขนาดใหญ่ ที่มองซื้อบ้านใหม่ระดับ 5 ล้านบาทขึ้นไป แต่จะใช้เวลาการตัดสินใจซื้อนานกว่าบ้านหลังเล็ก
แห่จับคู่ช็อปงานมหกรมบ้านฯ
จ ากการสอบถามพนักงานขายรายหนึ่งที่ออกบูทงานมหกรรมฯ เธอกล่าวว่า เท่าที่สังเกตเห็นลูกค้าที่แวะบูทปีนี้ จะเป็นลูกค้ากลุ่มเพศเดียวกันที่ควงคู่มาเลือกซื้อหาบ้านใหม่ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะมีมากๆ จนลายตา แต่ระยะหลังมีมาบ่อย ทางเซลส์ก็พยายามให้กรอกสอบถามข้อมูลตามนโยบายบริษัท
"กลุ่มนี้จะมีเงินและค่อนข้างมีรสนิยมในการเลือกซื้อบ้าน หลักๆ จะดูประเภทบ้าน ราคา ทำเล และดีไซน์เป็นหลัก ตรงไหนเชยเขาก็จะบอกเราตรงๆ" เซลส์ขายบ้านคนเดิมย้ำ
นายพรนริศ ชวนไชยสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทพรไพลิน จำกัด และเจ้าของศูนย์การค้าเซ็นเตอร์พอยต์ สยามสแควร์ ในฐานะประธานจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโดครั้งล่าสุด กล่าวยอมรับกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า งานที่จัดขึ้นเพียง 4 วันได้รับการตอบรับสูงมาก จึงมั่นใจว่าตลาดที่อยู่อาศัยยังเป็นธุรกิจที่ไปได้
"นี่คือการมอง ภาพรวมแบบสัจธรรมของปัจจัยสี่ในชีวิตมนุษย์ แม้ว่าปัจจุบันจะมีปัจจัยที่เกิดขึ้นตามมาคือรถและมือถือ เป็นปัจจัยที่ห้าและหก ตลาดบ้านก็ยังจำเป็น คนเกิดขึ้นทุกวัน แต่ที่ดินมีจำกัด" นายพรนริศกล่าวและว่า
ส่วนกลุ่มลูกค้าตลาดเพศทางเ ลือก หรือเพศที่สาม หรือเพศเดียวกัน อาจยังไม่ชัดในด้านสถิติข้อมูลที่แวะเวียนเข้ามาชมงานหรือตัดสินใจซื้อบ้านภ ายในงานนี้ แต่ในข้อเท็จจริงพฤติกรรมผู้บริโภคยุคปัจจุบันเปลี่ยนเร็วและเปลี่ยนมาพักให ญ่แล้ว จึงไม่ต้องสงสัยว่า ยอดซื้อขายบ้านส่วนหนึ่งจะมาจากกลุ่มลูกค้าเหล่านี้และเป็นลูกค้าที่มีกำลัง ซื้อจริง ประมาทไม่ได้
"ในวงการเรารู้กันมานานแล้ว ในแง่ธุรกิจถือเป็นกรณีน่าศึกษา ไม่อย่างนั้นตลาดเครื่องสำอางพวกบิวตี้เมนหรือเสื้อผ้าแฟชั่นยูนิเซ็กซ์จะขา ยดีเหรอ"
นายพรนริศตั้งข้อสังเกตว่า ในความคิดเห็นส่วนตัว กำลังซื้อของตลาดเพศทางเลือกกำลังมาแรงในทุกๆ สินค้า แต่ไม่มีองค์กรหรือหน่วยงานใดจัดทำเป็นฐานข้อมูลอ้างอิง แม้แต่งานมหกรรมฯก็ระบุคำถามเพียงกว้างๆ เท่านั้น แต่ข้อมูลเชิงลึกเรารับรู้กันในทางพฤตินัยเท่านั้น ซึ่งเป็นสิทธิส่วนบุคคลและไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใคร
"ดังนั้นจะ เห็นว่ากลุ่มลูกค้าเหล่านี้ไม่ค่อยอยากให้ข้อมูลเท่าใดนัก แต่การแต่งกาย บุคลิกและไลฟ์สไตล์ของแต่ละคู่จะบ่งบอกชัด ว่าไปแล้วกลุ่มนี้จะมีรายได้ที่ดีและมีอาชีพที่อิสระ ใช้การครีเอตสูง"
น ายสุนทร สถาพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เฉลิมนคร จำกัด หนึ่งในคณะกรรมการจัดงานมห กรรมฯ กล่าวยอมรับว่า ล้วนมีการปรับตัว ปรับดีไซน์ขายคุณภาพ และเช่นกันตลาดเพศทางเลือกก็เป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงและเชื่อว่ากลุ่มนี้ กำลังคิดตัดสินใจหาซื้อบ้านใหม่กันมากขึ้น
"คิดง่ายๆ ถ้าเราเข้าไปหมู่บ้านใดหมู่บ้านหนึ่ง เราจะพบว่ามีคู่ที่ซื้อบ้านอยู่ร่วมกันและกู้ร่วมกันจำนวนหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่ญาติ แต่เป็นเพื่อนสนิทที่โคจรมาเจอกัน เป็นปรากฏการณ์ใหม่ที่ดูกลมกลืน ไม่ได้สร้างความแปลกแยก ต่างกับยุคบูมสมัยก่อนที่มีบางโครงการชูคอนเซ็ปต์แบบโจ๋งครึ่มแต่ก็ไปไม่รอด " นายสุนทรกล่าว
จุฬาฯลงลึกข้อมูล "อยู่กับเพื่อน"
ร ศ.ดร.บัณฑิต จุลาสัย อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ปัจจุบันยังไม่มีสถาบันใดลงลึกข้อมูลสำรวจตลาดอย่างจริงจัง ในประเด็นกำลังซื้อของตลาดเพศทางเลือก แต่ทุกคนในวงการพร็อพเพอร์ตี้รับรู้มาตลอดว่ามีจริง
"เท่าที่ทราบจะม ีกลุ่มนักเรียนนักศึกษาที่ลงพื้นที่สำรวจตามโครงการจัดสรร ก็พบอยู่หลายรายที่เพื่อนอยู่กับเพื่อนและเป็นเพศเดียวกัน" รศ.ดร.บัณฑิตกล่าวและระบุข้อมูลว่า
จากประสบการณ์การทำวิจัยและสำรวจ พฤติกรรมคนคิดจะซื้อบ้านและซื้อบ้านแล้ว ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มลูกค้าครอบครัวเก่า ครอบครัวใหม่และกลุ่มคนโสด ซึ่งประเด็นหลังจะมีมากขึ้นแบบสัดส่วนครึ่งต่อครึ่ง
อย่างล่าสุดใน การจัดทำแบบสอบถามเชิงสำรวจพฤติกรรมผู้ซื้อบ้านใหม่ สถาบันจะตั้งคำถามว่า ซื้อบ้านประเภทใด งบประมาณเท่าไหร่ ทำเลไหน และอยู่อาศัยกับใคร ซึ่งเปอร์เซ็นต์การตอบจะบอกว่า "อยู่กับครอบครัว 84.9%"
"แต่ที่เราท ึ่งคือ มีคำตอบที่ลึกลงไปคืออยู่กับเพื่อน 2.0% และอยู่คนเดียว 13.1% ผมเองก็ไม่กล้าไปเชื่อมโยงข้อมูล แต่ก็ฉุกคิดเหมือนกันว่า ความสัมพันธ์ของเพื่อนกำลังพัฒนาเป็นตลาดใหม่ที่มาเพิ่มแชร์ยอดซื้อขายบ้านใ นตลาดรึเปล่า ?" รศ.ดร. บัณฑิตตั้งข้อสังเกต
แลนด์ฯไม่เชื่อแต่สนใจ
เ มื่อ "ประชาชาติธุรกิจ" สอบถามความเห็นนายนพร สุนทรจิตต์เจริญ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะยักษ์ใหญ่วงการจัดสรรและมีฐานข้อมูลลูกค้าผู้ซื้อบ้านมากที่สุด นายนพรยอมรับว่า เป็นข้อมูลและเป็นมุมมองใหม่ของวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย หากมีข้อมูลที่ชี้ชัดจริงๆ ก็น่าจะสะท้อนอะไรได้ บางอย่าง
"ผมคงตอ บอะไรไม่ได้มาก เพราะยังไม่ได้ศึกษาข้อมูลเฉพาะเหล่านี้อย่างจริงจัง ต้องลงลึกในรายละเอียด ว่าเป็นกลุ่มลูกค้าประเภทใด และต้องการสินค้าในรูปแบบใด แต่ส่วนตัวยอมรับว่าเป็นเรื่องที่เร็วเกินไปสำหรับสังคมไทย"
แหล่งข่ าวจากคณะกรรมการจัดงานมหกรรมฯท่านหนึ่งระบุข้อมูลใหม่กับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ผลสรุปของทำเลที่มาแรงสุดในปีนี้กลายเป็นโซนตะวันออก ย่านใกล้เคียงแหล่งงานใหม่สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นการล้มแชมป์โซนทิศเหนือครั้งแรกที่ครองยอดขายมาตลอดกาล
"โคร งการขายดีในงานที่คัดชื่อมา 5 บริษัทคือ นิรันดร์วิลล์ 43 ยูนิต ศุภาลัย (คอนโดฯย่านเจริญกรุงและสุขุมวิท 101) 25 ยูนิต รุ่งพัฒนาพร็อพเพอร์ตี้ พฤกษาฯ และซื่อตรงเฉลี่ยรายละ 20 กว่ายูนิต จะเห็นว่าสินค้าที่ขายได้กลายเป็นคอนโดฯทำเลเกาะแนวรถไฟฟ้าและทาวน์เฮาส์หลั งย่อม"
หน้า 1
หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ : หนังสือพิมพ์ธุรกิจราย 3 วัน ที่ได้รับความเชื่อถือสูงสุดมาตลอด 28 ปี
