my clipping

ตัดข่าว นสพ. แบบออนไลน์....

Name:
Location: Thailand

Someone... on the sidewalk...

Saturday, December 17, 2005

เซ็งลี้ประเทศไทย ใครยกประเทศให้ทักษิณ?

รัฐบาลในอดีต เคยถูกกล่าวหาว่า "ขายชาติ" เพราะค้าขายกับต่างชาติ และเปิดโอกาสให้ต่างชาติเข้ามาหาผลประโยชน์กับสมบัติของแผ่นดินไทย
น่าแปลกใจ ในสมัยรัฐบาลทักษิณ-ไทยรักไทย ปรากฏว่า มีการอ้างว่าแปรรูปรัฐวิสาหกิจแต่ข้อเท็จจริงเป็นการขายรัฐวิสาหกิจขนานใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น ปตท. การบินไทย แล้วยังเตรียมจะขายการไฟฟ้า การประปา ฯลฯ มีการทำข้อตกลงการค้าระหว่างประเทศเอฟทีเอ(FTA) ที่ทำให้ชาติสูญเสียอธิปไตยทางเศรษฐกิจการคลัง
ล่าสุด พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ถึงกับเชิญชวนคณะทูตจาก ๕๒ ชาติเข้าร่วม ฟังนโยบายของตน ที่ต้องการจะเปิดให้ชาวต่างชาติเสนอแนวคิดพัฒนาชาติไทยและเลือกลงทุนในโครงก ารขนาดใหญ่ของประเทศไทย
เป็นการเปิดประมูลประเทศแบบฟรีสไตล์ เปิดบ้านให้เอกชนต่างชาติเสนอขายในสิ่งที่ตนถนัดและสนใจ หรือสิ่งที่ตนต้องการจะทำกับประเทศไทย โดยเอกชนต่างชาติที่สนใจ จะได้นำเสนอตั้งแต่แนวคิด เทคโนโลยี และเงินลงทุนในโครงการเหล่านั้น ในแบบที่ไม่มีข้อจำกัดเบื้องต้น
เรียกว่า ผู้ประมูลจะเป็นผู้กำหนดทีโออาร์ เลือกว่าจะทำอะไร แค่ไหน อย่างไร
หรือพูดง่ายๆ ว่า ต่างชาติรายใด มองเห็นโอกาส ช่องทาง ทรัพยากรของแผ่นดินไทย ที่ดูว่าน่าจะหยิบจับขึ้นมาทำโครงการขนาดใหญ่ ก็สามารถนำเสนอแนวคิด โครงการ เทคโนโลยีและเงินลงทุนแก่รัฐบาลทักษิณ
ไม่ว่าจะเป็น โครงการขนส่งมวลชน รถไฟฟ้า การจัดการทรัพยากรน้ำ การขนส่งสินค้าและบริการ การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและข้อมูลข่าวสาร การพัฒนาการศึกษา ระบบสาธารณสุข หรือแม้แต่ระบบป้องกันประเทศ ก็ยังจะให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนด้วย
มองในแง่ดี การที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แสดงความ "เปิดกว้าง" ในระดับที่เรียกได้ว่า "อ้าซ่า" แก่นักลงทุนต่างชาติขนาดนี้ หากไม่มีการล็อกสเปก ไม่มีการผูกขาดโดยนายหน้ารัฐบาล ไม่มีข้อจำกัดเบื้องต้นจริงๆ ก็น่าจะทำให้เกิดการระดมมันสมองขนานใหญ่ ว่าจะพัฒนาประเทศไทยใน "ท่วงท่า" ไหนดี
อันไหนดี อันไหนคุ้ม อันไหนเป็นประโยชน์แก่ชาติบ้านเมืองก็หยิบขึ้นมาทำ
แต่ถ้ามองในอีกแง่หนึ่ง นโยบายนี้ก็คือการเปิดท้ายขายของระดับชาติ เปิดโอกาสให้ต่างชาติเข้ามาเลือกหาชิ้นส่วนประเทศไทย เพื่อหยิบฉวยขึ้นมาทำมาหากินร่วมกัน
ยิ่งในขณะนี้ โครงสร้างอำนาจการเมืองของประเทศไทยถูกผูกขาด ความโปร่งใสอยู่ในระดับต่ำ การตรวจสอบรัฐบาลไม่มีประสิทธิภาพ ปัญหาการทุจริตข้ามชาติก็ยังไม่สร่างซา
กลัวจะเป็นการ "เซ็งลี้" ประเทศ ในยาม "ถังแตก" เสียล่ะมากกว่า!
การที่รัฐบาลทักษิณ มีสเปกเอาไว้ในใจ แต่ไม่ยอมกำหนดออกมาเป็นเงื่อนไข ประกาศให้รับรู้ชัดเจนตายตัว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการผ่อนชำระโครงการโดยจ่ายเป็นสินค้าเกษตรส่วนหนึ่ง หรือข้อจำกัดในเรื่องสัดส่วนหนี้ต่างชาติต่อจีดีพี ซึ่งในที่สุด ผู้ที่จะได้โครงการไปทำก็ต้องเป็น "คนที่รู้ใจรัฐบาล" รู้ตื้นลึกหนาบาง รู้ช่องทางการเจรจาต่อรอง การกำหนดเงื่อนไขที่จะถูกใจคนในรัฐบาล หรือยัดเงินให้คนบางตระกูลในรัฐบาลได้
เพราะทุกเงื่อนไขเป็นเรื่องที่ "คุยกันได้"
ถ้านักลงทุนเป็นฝรั่งที่ไม่รู้ใจ ก็จะต้องติดต่อกับนายหน้า ติดต่อหาผู้ร่วมทุนคนไทยที่เป็นคนใน หรือเป็นคนรู้ใจรัฐบาล คนที่จะได้รับผลประโยชน์แน่ๆ ก็คงหนีไม่พ้นคนในเครือๆ รัฐบาล นั่นเอง
แนวคิดของผู้นำรัฐบาลที่ว่า "การดำเนินการอย่างนี้ยังไม่เคยมีใครทำ ไทยจะเป็นประเทศแรกของโลกที่จะทำ เราจะไม่ผ่อนความเจริญ แต่จะยอมผ่อนเงินเพื่อให้เกิดความเจริญ" จึงเป็นแนวคิดน่ากลัวมากกว่าจะน่าสรรเสริญ เพราะประเทศไทยไม่ใช่ที่ดินส่วนตัว ที่ใครนึกอยากจะเอาไปจำนอง เอาเงินมาสร้างบ้านก็จะทำได้ง่ายๆ
ในระบบบริษัท ถ้าซีอีโอจะเจรจาตกลง ซื้อ-ขาย-ให้เช่า เกี่ยวกับทรัพย์สินของบริษัท ถ้าเป็นการเจรจาขนาดใหญ่ ก็จะต้องขอความเห็นชอบจากตัวแทนผู้ถือหุ้นบริษัทเสียก่อน แต่ในระบบประชาธิปไตยของประเทศไทย นายกฯ ทักษิณ สามารถจะตัดสินใจทำอะไรกับทรัพยากร ทรัพย์สินของชาติ เปิดให้คนต่างชาติเข้ามาหาผลประโยชน์ โดยไม่ต้องถามตัวแทนประชาชนเจ้าของประเทศตัวจริงเสียก่อนเลย
ใครยกประเทศไทยให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ตั้งแต่เมื่อไหร่
ไม่อยากวิจารณ์ พ.ต.ท.ทักษิณ มากไปกว่านี้ แต่อยากวิจารณ์ว่า คนไทยทำไมถึงยอมให้ทักษิณทำกับประเทศได้ ขนาดนี้!

สารส้ม


จาก "กวนน้ำให้ใส" แนวหน้า 16 ธ.ค. 48

0 Comments:

Post a Comment

<< Home