แกะรอย Ample Rich "ทักษิณ"โอนหุ้นปริศนา ใครคือเจ้าของตัวจริง?
บริษัทแอมเพิล ริช อินเวสต์เมนท์ส (Ample Rich Investments Ltd.) กลายเป็นจุดสนใจอีกครั้งหนึ่งเมื่อได้ขายหุ้นบริษัท ขายหุ้นชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือชินคอร์ป จำนวน 329.2 ล้านหุ้น ให้แก่ น.ส.พิณทองทา และนายพานทองแท้ ชินวัตร คนละ 164.6 ล้านหุ้น ราคา 1 บาท/หุ้น (ซื้อขายกันนอกตลาดหลักทรัพย์ แต่แจ้งว่า ทำรายการซื้อขายผ่านตลาดหลักทรัพย์?) และ 2 พี่น้องตระกูลชินวัตรได้นำไปขายต่อให้แก่กองทุนเทมาเส็กของสิงคโปร์ในราคา 49.25 บาท/หุ้น ได้กำไรถึง 15,883 ล้านบาท
การกระทำดังกล่าวมองว่า เป็นเทคนิคในทางกฎหมายเพื่อเลี่ยงไม่ต้องเสียภาษีในส่วนกำไรของหุ้น เพราะถ้าให้ Ample Rich ขายหุ้นให้แก่กองทุนเทมาเส็กโดยตรงจะต้องเสียภาษีกว่า 3,000 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ผู้เชี่ยวชาญในแวดวงตลาดหุ้นไม่เข้าใจคือ เมื่อ Ample Rich จดทะเบียนจัดตั้งบนเกาะบริติชเวอร์จิ้น ซึ่งกำไรของบริษัทไม่ต้องเสียภาษีอยู่แล้ว ถ้าโอนขายหุ้นชินคอร์ปให้แก่กองทุนเทมาเส็กโดยทำธุรกรรมกันนอกประเทศก็ไม่ต้ องเสียภาษีอยู่แล้ว แต่กลับโอนหุ้นกันหลายทอด ทำให้เกิดความยุ่งยากซับซ้อนและอาจเกิดความผิดพลาดและทำให้ประชาชนเกิดความส งสัย
ก่อนหน้านี้บริษัท Ample Rich เคยตกเป็นข่าวมาแล้ว เมื่อปลายปี 2543-2544 ในช่วงที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคุณหญิงพจมาน ภริยา ถูกสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ตรวจสอบว่า กระทำฝ่าฝืน พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 หรือไม่
บริษัท Ample Rich เป็นที่รู้จักของแวดวงนักลงทุนครั้งแรก เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2542 เมื่อนายบุญคลี ปลั่งศิริ กรรมการบริษัท ชินคอร์ป แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า ชินคอร์ปได้มีการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นใหญ่ โดย พ.ต.ท.ทักษิณมีการลดสัดส่วนการถือหุ้นจาก 23.75% หรือประมาณ 65.84 ล้านหุ้น เหลือ 11.88% หรือประมาณ 32.92 ล้านหุ้น โดยหุ้นที่ลดลง 11.87% นั้น โอนให้ถือในนามของ Ample Rich พร้อมทั้งอธิบายเพิ่มเติมว่า Ample Rich ถือหุ้นโดย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร 100% ซึ่งผู้ถือหุ้นถือเป็นบุคคลเดียวกันกับเจ้าของเดิม จึงทำให้การเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นไม่มีผลต่อโครงสร้างผู้ถือหุ้นทั้งด้านส่ว นตัวและบริษัท
นายบุญคลีอ้างต่อไปว่า การโอนหุ้นใหบริษัท Ample Rich ครั้งนี้เป็นการเตรียมการเพื่อสนับสนุนการที่บริษัทมีความต้องการที่จะประสบ ความสำเร็จในการจัดหาเงินทุนจากต่างประเทศผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งสหรัฐอเมริ กา เพื่อนำมาขยายการลงทุนด้านโทรคมนาคมในประเทศไทย ตามที่แจ้ง ตลท. เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2542 ซึ่งบริษัทมีแผนที่จะนำหุ้นเพิ่มทุนของชินคอร์ปเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพ ย์ประเทศสหรัฐอเมริกาต่อไป
อย่างไรก็ตาม ไม่ปรากฏหลักฐานว่า มีการใช้ Ample Rich เป็นเครื่องมือในการนำหุ้นชินคอร์ปเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกาแต่อ ย่างใด
แต่เมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไต่สวนคดีซุกหุ้นและ ก.ล.ต.เข้าตรวจกลับพบว่า พ.ต.ท.ทักษิณได้โอนหุ้น Ample Rich ที่ถืออยู่ 100% ไปให้บุคคลอื่น (ไม่ทราบว่าเป็นใคร) ไปเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2543 ทั้งนี้ บริษัทดังกล่าวจดทะเบียนจัดตั้งขึ้น เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2542 บนเกาะบริติช เวอร์จิ้น และมีสถานที่ติดต่ออยู่ที่สิงคโปร์ (รายงานการประชุมคณะกรรมการ ก.ล.ต.เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2544)
แต่สำนักงาน ก.ล.ต.เห็นว่า การไม่รายการหรือแจ้งการโอนหุ้น Ample Rich ให้แก่บุคคลอื่น พ.ต.ท.ทักษิณไม่มีเจตนาปกปิดจึงเห็นควรยุติเรื่อง (ไม่มีความผิดตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯมาตรา 246 ไม่รายการการเปลี่ยนแปลงการถือครองหุ้นทุกๆ ร้อยละ 5)
ประเด็นที่ต้องพิจารณาคือ พ.ต.ท.ทักษิณได้โอนหุ้น Ample Rich ให้แก่บุคคลใด มีความสัมพันธ์กันในลักษณะใด
เมื่อพิจารณาจากช่วงเวลาที่ พ.ต.ท.ทักษิณโอนหุ้น Ample Rich ไปให้บุคคลอื่น เป็นช่วงเวลาใกล้เคียงกับที่ พ.ต.ท.ทักษิณ-คุณหญิงพจมานโอนหุ้นชินคอร์ปทั้งหมดกว่า 100 ล้านหุ้น ให้แก่นายพานทองแท้ ชินวัตร นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2543 แล้ว
รูปแบบการโอนหุ้น Ample Rich ของ พ.ต.ท.ทักษิณจึงน่าจะโอนให้แก่บุคคลใกล้ชิด ยิ่งเมื่อมาดูกรณีที่ Ample Rich ขายหุ้นชินคอร์ปจำนวน 329.2 ล้านหุ้นให้แก่นายพานทองแท้และ น.ส.พิณทองทา ราคา 1 บาท/หุ้น แล้วซึ่งเป็นราคาพาร์แล้วยิ่งทำให้เชื่อได้ว่า หุ้น Ample Rich อยู่ในมือของคนในตระกูลชินวัตร-ดามาพงศ์
ถ้าหุ้น Ample Rich อยู่ในการครอบครองของคนในตระกูลชินวัตรหรือดามาพงศ์จริงทั้ง 100% บริษัท Ample Rich จะกลายเป็นบุคคลกลุ่มเดียวกันกับบุคคลคนนั้นที่ต้องนับรวมหุ้นชินคอร์ปที่ถื อบุคคลนั้นอยู่เดิมเข้ากับหุ้นชินคอร์ปที่ Ample Rich ถืออยู่ 11.87% หรือประมาณ 32.92 ล้านหุ้น (ขณะนั้นราคาพาร์ 10 บาท) ตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์ มาตรา 258 (ดูรายละเอียด มาตรา 258(5)(6) ในล้อมกรอบ)
แต่ในช่วงที่ผ่านมา ไม่มีบุคคลใดในครอบครัวชินวัตร-ดามาพงศ์ ที่ถือครองหุ้นชินคอร์ปอยู่รายงานการได้มาของหุ้นชินคอร์ปในส่วนที่ Ample Rich ถืออยู่ร้อยละ 11.87% แก่สำนักงาน ก.ล.ต. ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์มาตรา 246 ที่ไม่มีรายการการเปลี่ยนแปลงการถือครองจำนวนหุ้นทุกๆ ร้อยละ 5
หรืออาจทำให้สันนิษฐานได้อีกทางหนึ่งว่า หุ้น Ample Rich มิได้อยู่ในมือของครอบครัวชินวัตร-ดามาพงศ์ แต่อยู่ในชื่อบุคคล "ลึกลับ" ที่ พ.ต.ท.ทักษิณไม่ต้องการให้บุคคลภายนอกทราบ
ประเด็นนี้ถ้าการซื้อ ขายหุ้นชินคอร์ปมูลค่า 73,300 ล้านบาทโปร่งใส ตรงไปตรงมาอย่างที่ พ.ต.ท.ทักษิณอ้าง ก็ไม่น่าที่ พ.ต.ท.ทักษิณจะต้องปกปิดว่า หุ้น Ample Rich อยู่ในมือของใคร
หรือกลัวว่า เปิดชื่อผู้ถือหุ้น Ample Rich มาแล้วจะมีชะตากรรมเช่นเดียวกับคดีซุกหุ้นภาคแรก
พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535
ม าตรา 258 หลักทรัพย์ของกิจการที่บุคคลหรือห้างหุ้นส่วนดังต่อไปนี้ถืออยู่ให้นับรวมเป ็นหลักทรัพย์ของบุคคลตามมาตรา 246 และมาตรา 247 ด้วย
(1) คู่สมรสของบุคคลดังกล่าว
(2) บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของบุคคลดังกล่าว
(3) ห้างหุ้นส่วนสามัญที่บุคคลดังกล่าวหรือบุคคลตาม (1) หรือ (2) เป็นหุ้นส่วน
(4) ห้างหุ้นส่วนจำกัดที่บุคคลดังกล่าวหรือบุคคลตาม (1) หรือ (2) เป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิด หรือเป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดที่มีหุ้นรวมกันเกินร้อยละสามสิบของหุ ้นทั้งหมดของห้างหุ้นส่วนจำกัด
(5) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดที่บุคคลดังกล่าวหรือบุคคลตาม (1) หรือ (2) หรือห้างหุ้นส่วนตาม (3) หรือ (4) ถือหุ้นรวมกันเกินร้อยละสามสิบของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทนั้น หรือ
(6) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดที่บุคคลดังกล่าวหรือบุคคลตาม (1) หรือ (2) หรือห้างหุ้นส่วนตาม (3) หรือ (4) หรือบริษัทตาม (5) ถือหุ้นรวมกันเกินกว่าร้อยละสามสิบของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของ บริษัทนั้น
(7) นิติบุคคลที่บุคคลตามมาตรา 246 และมาตรา 247 สามารถมีอำนาจในการจัดการในฐานะเป็นผู้แทนของนิติบุคคล
หน้า 2<
จาก หนังสือพิมพ์มติชน : หนังสือพิมพ์คุณภาพ เพื่อคุณภาพของประเทศ 28 ม.ค. 2549
การกระทำดังกล่าวมองว่า เป็นเทคนิคในทางกฎหมายเพื่อเลี่ยงไม่ต้องเสียภาษีในส่วนกำไรของหุ้น เพราะถ้าให้ Ample Rich ขายหุ้นให้แก่กองทุนเทมาเส็กโดยตรงจะต้องเสียภาษีกว่า 3,000 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ผู้เชี่ยวชาญในแวดวงตลาดหุ้นไม่เข้าใจคือ เมื่อ Ample Rich จดทะเบียนจัดตั้งบนเกาะบริติชเวอร์จิ้น ซึ่งกำไรของบริษัทไม่ต้องเสียภาษีอยู่แล้ว ถ้าโอนขายหุ้นชินคอร์ปให้แก่กองทุนเทมาเส็กโดยทำธุรกรรมกันนอกประเทศก็ไม่ต้ องเสียภาษีอยู่แล้ว แต่กลับโอนหุ้นกันหลายทอด ทำให้เกิดความยุ่งยากซับซ้อนและอาจเกิดความผิดพลาดและทำให้ประชาชนเกิดความส งสัย
ก่อนหน้านี้บริษัท Ample Rich เคยตกเป็นข่าวมาแล้ว เมื่อปลายปี 2543-2544 ในช่วงที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคุณหญิงพจมาน ภริยา ถูกสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ตรวจสอบว่า กระทำฝ่าฝืน พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 หรือไม่
บริษัท Ample Rich เป็นที่รู้จักของแวดวงนักลงทุนครั้งแรก เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2542 เมื่อนายบุญคลี ปลั่งศิริ กรรมการบริษัท ชินคอร์ป แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า ชินคอร์ปได้มีการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นใหญ่ โดย พ.ต.ท.ทักษิณมีการลดสัดส่วนการถือหุ้นจาก 23.75% หรือประมาณ 65.84 ล้านหุ้น เหลือ 11.88% หรือประมาณ 32.92 ล้านหุ้น โดยหุ้นที่ลดลง 11.87% นั้น โอนให้ถือในนามของ Ample Rich พร้อมทั้งอธิบายเพิ่มเติมว่า Ample Rich ถือหุ้นโดย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร 100% ซึ่งผู้ถือหุ้นถือเป็นบุคคลเดียวกันกับเจ้าของเดิม จึงทำให้การเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นไม่มีผลต่อโครงสร้างผู้ถือหุ้นทั้งด้านส่ว นตัวและบริษัท
นายบุญคลีอ้างต่อไปว่า การโอนหุ้นใหบริษัท Ample Rich ครั้งนี้เป็นการเตรียมการเพื่อสนับสนุนการที่บริษัทมีความต้องการที่จะประสบ ความสำเร็จในการจัดหาเงินทุนจากต่างประเทศผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งสหรัฐอเมริ กา เพื่อนำมาขยายการลงทุนด้านโทรคมนาคมในประเทศไทย ตามที่แจ้ง ตลท. เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2542 ซึ่งบริษัทมีแผนที่จะนำหุ้นเพิ่มทุนของชินคอร์ปเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพ ย์ประเทศสหรัฐอเมริกาต่อไป
อย่างไรก็ตาม ไม่ปรากฏหลักฐานว่า มีการใช้ Ample Rich เป็นเครื่องมือในการนำหุ้นชินคอร์ปเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกาแต่อ ย่างใด
แต่เมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไต่สวนคดีซุกหุ้นและ ก.ล.ต.เข้าตรวจกลับพบว่า พ.ต.ท.ทักษิณได้โอนหุ้น Ample Rich ที่ถืออยู่ 100% ไปให้บุคคลอื่น (ไม่ทราบว่าเป็นใคร) ไปเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2543 ทั้งนี้ บริษัทดังกล่าวจดทะเบียนจัดตั้งขึ้น เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2542 บนเกาะบริติช เวอร์จิ้น และมีสถานที่ติดต่ออยู่ที่สิงคโปร์ (รายงานการประชุมคณะกรรมการ ก.ล.ต.เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2544)
แต่สำนักงาน ก.ล.ต.เห็นว่า การไม่รายการหรือแจ้งการโอนหุ้น Ample Rich ให้แก่บุคคลอื่น พ.ต.ท.ทักษิณไม่มีเจตนาปกปิดจึงเห็นควรยุติเรื่อง (ไม่มีความผิดตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯมาตรา 246 ไม่รายการการเปลี่ยนแปลงการถือครองหุ้นทุกๆ ร้อยละ 5)
ประเด็นที่ต้องพิจารณาคือ พ.ต.ท.ทักษิณได้โอนหุ้น Ample Rich ให้แก่บุคคลใด มีความสัมพันธ์กันในลักษณะใด
เมื่อพิจารณาจากช่วงเวลาที่ พ.ต.ท.ทักษิณโอนหุ้น Ample Rich ไปให้บุคคลอื่น เป็นช่วงเวลาใกล้เคียงกับที่ พ.ต.ท.ทักษิณ-คุณหญิงพจมานโอนหุ้นชินคอร์ปทั้งหมดกว่า 100 ล้านหุ้น ให้แก่นายพานทองแท้ ชินวัตร นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2543 แล้ว
รูปแบบการโอนหุ้น Ample Rich ของ พ.ต.ท.ทักษิณจึงน่าจะโอนให้แก่บุคคลใกล้ชิด ยิ่งเมื่อมาดูกรณีที่ Ample Rich ขายหุ้นชินคอร์ปจำนวน 329.2 ล้านหุ้นให้แก่นายพานทองแท้และ น.ส.พิณทองทา ราคา 1 บาท/หุ้น แล้วซึ่งเป็นราคาพาร์แล้วยิ่งทำให้เชื่อได้ว่า หุ้น Ample Rich อยู่ในมือของคนในตระกูลชินวัตร-ดามาพงศ์
ถ้าหุ้น Ample Rich อยู่ในการครอบครองของคนในตระกูลชินวัตรหรือดามาพงศ์จริงทั้ง 100% บริษัท Ample Rich จะกลายเป็นบุคคลกลุ่มเดียวกันกับบุคคลคนนั้นที่ต้องนับรวมหุ้นชินคอร์ปที่ถื อบุคคลนั้นอยู่เดิมเข้ากับหุ้นชินคอร์ปที่ Ample Rich ถืออยู่ 11.87% หรือประมาณ 32.92 ล้านหุ้น (ขณะนั้นราคาพาร์ 10 บาท) ตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์ มาตรา 258 (ดูรายละเอียด มาตรา 258(5)(6) ในล้อมกรอบ)
แต่ในช่วงที่ผ่านมา ไม่มีบุคคลใดในครอบครัวชินวัตร-ดามาพงศ์ ที่ถือครองหุ้นชินคอร์ปอยู่รายงานการได้มาของหุ้นชินคอร์ปในส่วนที่ Ample Rich ถืออยู่ร้อยละ 11.87% แก่สำนักงาน ก.ล.ต. ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์มาตรา 246 ที่ไม่มีรายการการเปลี่ยนแปลงการถือครองจำนวนหุ้นทุกๆ ร้อยละ 5
หรืออาจทำให้สันนิษฐานได้อีกทางหนึ่งว่า หุ้น Ample Rich มิได้อยู่ในมือของครอบครัวชินวัตร-ดามาพงศ์ แต่อยู่ในชื่อบุคคล "ลึกลับ" ที่ พ.ต.ท.ทักษิณไม่ต้องการให้บุคคลภายนอกทราบ
ประเด็นนี้ถ้าการซื้อ ขายหุ้นชินคอร์ปมูลค่า 73,300 ล้านบาทโปร่งใส ตรงไปตรงมาอย่างที่ พ.ต.ท.ทักษิณอ้าง ก็ไม่น่าที่ พ.ต.ท.ทักษิณจะต้องปกปิดว่า หุ้น Ample Rich อยู่ในมือของใคร
หรือกลัวว่า เปิดชื่อผู้ถือหุ้น Ample Rich มาแล้วจะมีชะตากรรมเช่นเดียวกับคดีซุกหุ้นภาคแรก
พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535
ม าตรา 258 หลักทรัพย์ของกิจการที่บุคคลหรือห้างหุ้นส่วนดังต่อไปนี้ถืออยู่ให้นับรวมเป ็นหลักทรัพย์ของบุคคลตามมาตรา 246 และมาตรา 247 ด้วย
(1) คู่สมรสของบุคคลดังกล่าว
(2) บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของบุคคลดังกล่าว
(3) ห้างหุ้นส่วนสามัญที่บุคคลดังกล่าวหรือบุคคลตาม (1) หรือ (2) เป็นหุ้นส่วน
(4) ห้างหุ้นส่วนจำกัดที่บุคคลดังกล่าวหรือบุคคลตาม (1) หรือ (2) เป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิด หรือเป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดที่มีหุ้นรวมกันเกินร้อยละสามสิบของหุ ้นทั้งหมดของห้างหุ้นส่วนจำกัด
(5) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดที่บุคคลดังกล่าวหรือบุคคลตาม (1) หรือ (2) หรือห้างหุ้นส่วนตาม (3) หรือ (4) ถือหุ้นรวมกันเกินร้อยละสามสิบของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทนั้น หรือ
(6) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดที่บุคคลดังกล่าวหรือบุคคลตาม (1) หรือ (2) หรือห้างหุ้นส่วนตาม (3) หรือ (4) หรือบริษัทตาม (5) ถือหุ้นรวมกันเกินกว่าร้อยละสามสิบของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของ บริษัทนั้น
(7) นิติบุคคลที่บุคคลตามมาตรา 246 และมาตรา 247 สามารถมีอำนาจในการจัดการในฐานะเป็นผู้แทนของนิติบุคคล
หน้า 2<
จาก หนังสือพิมพ์มติชน : หนังสือพิมพ์คุณภาพ เพื่อคุณภาพของประเทศ 28 ม.ค. 2549

0 Comments:
Post a Comment
<< Home