my clipping

ตัดข่าว นสพ. แบบออนไลน์....

Name:
Location: Thailand

Someone... on the sidewalk...

Saturday, December 17, 2005

"อภิสิทธิ์"ข้องใจปิดทาง ไม่ให้ต่างชาติทำสื่อสาร

"เพ้ง"เคาะรถไฟฟ้า10สาย5แสนล. ใช้เทิร์นคีย์ "เลี้ยบ"โต้เมกะโปรเจ็คต์โปร่งใส "อภิสิทธิ์"ข้องใจปิดทาง ไม่ให้ต่างชาติทำสื่อสาร

โฆษก รบ.แจงรัฐบาลมีแผนแม่บทเมกะโปรเจ็คต์อยู่แล้ว แค่เปิดให้ต่างชาติเสนอมาเปรียบเทียบ ยันทยอยทำโครงการที่สำคัญก่อนปัดเป็นการให้สัมปทานต่างชาติ มั่นใจโปร่งใส มี กก.ระดับชาติดูแล "อภิสิทธิ์"ข้องใจทำไมไม่เปิดให้ต่างชาติมาลงทุนด้านสื่อสารบ้าง "เพ้ง"เร่งจัดทำทีโออาร์รถไฟฟ้า 10 สาย เล็งใช้แบบเทิร์นคีย์ "หน่อย"สวนผู้นำฝ่ายค้านให้มีวิสัยทัศน์กว้าง คุยอิสราเอลสนใจร่วมประมูลเมกะโปรเจ็คต์ด้านน้ำ

@ โฆษกรบ.ตอบฝ่ายค้านสงสัยเมกะโปรเจ็คต์

เ มื่อวันที่ 16 ธันวาคม นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี โฆษกประจำสำนกนายกรัฐมนตรี แถลงตอบโต้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ที่ข้อสังเกตว่าอาจเกิดความไม่โปร่งใสขึ้นในการเปิดให้ชาวต่างชาติเข้ามาลงท ุนในโครงการลงทุนขนาดใหญ่(เมกะโปรเจ็คต์) ใน 8 ยุทธศาสตร์ 13 โครงการพร้อมตอบคำถาม 4 ข้อตามที่ผู้นำฝ่ายค้านในสภาถามมา

นพ.สุรพงษ์ กล่าวว่า การเปิดประมูลนานาชาติ(อินเตอร์เนชั่นแนล บิดดิ้ง) เป็นการดำเนินการในรูปแบบใหม่อาจทำให้หลายฝ่ายมีข้อกังวล ส่วนคำถามที่นายอภิสิทธิ์ ถามมา 4 ข้อ ขอชี้แจงดังนี้ 1.ความเป็นไปได้และผลตอบแทนในการลงทุน เรื่องนี้ส่วนราชการที่เป็นเจ้าของเมกะโปรเจ็คต์ได้ศึกษาโครงการของตนอย่างล ะเอียด และบางหน่วยงานได้จัดทำแผนแม่บทและเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) แล้ว เช่น โครงการอี-กัฟเวิร์นเมนต์ แต่ต่อมารัฐบาลได้ตั้งคำถามกับตัวเอง และไม่แน่ใจว่าแผนแม่บทที่เสนอมาเป็นสิ่งที่ดีที่สุดหรือไม่ จึงอยากประมวลความรู้จากทั่วโลกมาเพื่อให้เราได้สิ่งที่ดีที่สุด

"ถ้ านักลงทุนชาวต่างชาติเสนอแผนงานเหมือนแผนแม่บทที่ส่วนราชการจัดทำไว้แล้ว ก็จะเป็นเครื่องการันตีว่าสิ่งที่เราคิดและจะทำเป็นสิ่งที่ดีที่สุด แต่ถ้าเขาเสนอสิ่งที่แตกต่างและมีเหตุผลที่น่าฟัง เราก็จะนำข้อเสนอของเขามาใช้เพื่อให้การลงทุนเกิดประโยชน์สูงสุด นี่จึงถือเป็นการทบทวนตัวเองของรัฐบาล" นพ.สุรพงษ์กล่าว

@ ยันทยอยทำโครงการที่สำคัญก่อน

น พ.สุรพงษ์กล่าวต่อว่า 2.การจัดลำดับความสำคัญของโครงการและแผนงาน รัฐบาลไม่ได้จัดลำดับความสำคัญภายในโครงการเท่านั้นว่ารถไฟฟ้า 10 เส้นทางจะทำเส้นทางไหนก่อนหลัง แต่มีการจัดลำดับความสำคัญระหว่างโครงการด้วย โดยนำวินัยทางการคลังมากำกับคือ ในการลงทุนต้องก่อหนี้สาธารณะไม่เกินร้อยละ 50 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ(จีดีพี) สัดส่วนรายจ่ายต่อปีงบประมาณต้องไม่เกินร้อยละ 16 ดังนั้น ในเดือนเมษายน 2549 ซึ่งจะเริ่มประมูล จึงไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลจะทำทุกโครงการพร้อมกัน ถ้าเสนอโครงการเข้ามาพร้อมกันแล้วทำให้หนี้สาธารณะสูงเกินร้อยละ 50 ของจีดีพี เราก็ไม่ทำทั้งหมด แต่จะเลือกดำเนินโครงการที่มีความสำคัญก่อน เช่น โครงการคมนาคมขนส่งเพราะจะลดการใช้พลังงาน โครงการพัฒนา 25 ลุ่มน้ำเพราะกระทบประชาชนจำนวนมาก โครงการด้านการศึกษาเพราะต้องเร่งพัฒนาความรู้ให้เยาวชน อาจจะทำได้ 3-4 โครงการ ถ้าได้เท่านั้นก็เท่านั้น ส่วนโครงการที่เหลือจะทยอยทำไปเมื่อจีดีพีสูงขึ้น แม้รัฐบาลจะให้ความสำคัญกับโครงการคมนาคมขนส่ง แต่ไม่ได้หมายความว่ารถไฟฟ้าทั้ง 10 เส้นทางจะสร้างพร้อมกัน ถ้าเป็นอย่างนั้นจะเกิดวิกฤตใน กทม.แน่ แต่จะค่อยๆ สร้างไป โดยดูเหตุผลความจำเป็นที่บริษัทเอกชนเสนอว่าเหตุใดจึงต้องสร้างเส้นทางนี้ก่ อน

@ ยันไม่ปิดกั้นคนไทย-มีกก.ระดับชาติคุม

นพ.สุรพงษ์กล่าวว ่า 3.การมีส่วนร่วมของนักลงทุนไทยในโครงการต่างๆ ขอยืนยันว่ารัฐบาลไม่เคยคิดปิดกั้นโอกาสนักลงทุนชาวไทย อย่างวันที่ 14 ธันวาคมที่ผ่านมา ได้เชิญภาคเอกชนไทยทั้งสภาอุตสาหกรรม หอการค้าไทย ประมาณ 60 คนมาร่วมรับฟังการกล่าวสุนทรพจน์ของนายกฯด้วย ดังนั้น ในโครงการต่างๆ โดยเฉพาะการลงทุนในโครงการขนาดกลาง และโครงการที่ไม่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเกินไป หากเอกชนไทยมีความสามารถก็สามารถนำเสนอแผนงานแข่งกับนักลงทุนชาวต่างชาติได้ ถ้าข้อเสนอใกล้เคียงกันรัฐบาลพร้อมให้งานนักลงทุนชาวไทยด้วยซ้ำ หรือไม่อย่างนั้นเอกชนไทยอาจใช้วิธีไปร่วมลงทุนกับบริษัทต่างชาติ หรือไม่ก็ไปเป็นบริษัทรับเหมาช่วง(ซับคอนแทร็ก) อย่างโครงการคมนาคมขน สมมุติว่านักลงทุนชาวต่างชาติได้รับงานไป มันเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะขนคนงาน ขนวิศวกรจากประเทศเขามาคุมงานได้ตลอดเวลา

นพ.สุรพงษ์กล่าวต่อว่า 4.ความโปร่งใสในการดำเนินการ เรื่องนี้มีความชัดเจน นายกฯจะไม่เป็นประธานการประมูลเอง แต่จะมีคณะกรรมการระดับชาติขึ้นมาพิจารณารายละเอียดทั้งหมด ซึ่งผู้ที่จะเชิญมาเป็นกรรมการมีทั้งนักวิชาการ ผู้แทนจากองค์กรอิสระและสภา เพื่อให้ปราศจากข้อครหา คาดว่าจะเห็นโฉมหน้าคณะกรรมการระดับชาติก่อนสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนมกราคม 2549 ที่จะมีการสัมมนากับผู้สนใจร่วมลงทุนเมกะโปรเจ็คต์กับรัฐบาล พร้อมๆ กับเห็นระเบียบพัสดุตัวใหม่ด้วย สาเหตุที่รัฐบาลต้องแก้ไขระเบียบพัสดุเพราะผู้ได้งานไม่จำเป็นต้องเสนอราคาต ่ำที่สุด แต่ต้องมีเงื่อนไขดีที่สุด

@ ปัดเป็นการให้สัมปทานต่างชาติ

" ขอยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ใช่การให้สัมปทานต่างชาติแน่ ไม่ใช่พอเขาเข้ามาแล้วจะได้หากินอยู่ 20-30 ปี ตอนนี้ผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกมีมาก แต่ตลาดระดับโลกมีไม่มาก ดังนั้นรัฐบาลจะเลือกในสิ่งที่ดีที่สุด และต้องไม่มีข้อผูกมัดระยะยาว ถ้าใครเสนอขอสัมปทาน รัฐบาลถือว่าเป็นเงื่อนไขที่ไม่ดี แต่ถ้าเป็นเงื่อนไขว่าจะมารับจ้างเราทำงาน ให้เราทยอยผ่อนชำระหนี้ได้ โดยอาจแลกเปลี่ยนเป็นสินค้าการเกษตร(บาร์เตอร์เทรด) อย่างนี้เราถือว่าเป็นเงื่อนไขที่ดี เราก็จะจ้างคนนั้น ถ้ามันไม่โปร่งใสเสียตั้งแต่ต้น ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกก็จะไม่อยากมาร่วมงาน" โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่นายกฯบอกว่าต้องเชิญชาวต่างชาติมาเสนอแผนงานเพราะประเทศไทยไม่มีองค์ความ รู้ ในเมื่อไม่มีองค์ความรู้จะรู้ได้อย่างไรว่าสิ่งที่ต่างชาติเสนอมาเป็นสิ่งที ่ดีที่สุด นพ.สุรพงษ์กล่าวว่า ไม่ใช่ว่าไม่มีองค์ความรู้เลย ไม่ใช่ว่าหัวว่าง ไม่มีอะไรในสมองเลย แต่รัฐบาลอยากได้ความมั่นใจว่าองค์ความรู้ที่มีอยู่ทั่วโลกไม่ได้แตกต่างจาก องค์ความรู้ที่ได้จากที่ปรึกษา เพราะบางครั้งที่ปรึกษาอาจจะไม่ได้หยิบความรู้ด้านนั้นๆ มาประยุกต์ก็ได้ ถ้าเรารีบลงทุนแล้วมาเจอภายหลังก็จะเสียดาย

เมื่อถามว่า รัฐบาลตั้งเป้าหมายว่าการลงทุนเมกะโปรเจ็คต์ใน 8 ยุทธศาสตร์ 13 โครงการจะแล้วเสร็จเมื่อไร นพ.สุรพงษ์กล่าวว่า "เรื่องนี้เป็นแผนพัฒนาประเทศ ดังนั้น จึงไม่จำเป็นต้องเสร็จภายใน 3 ปีก่อนการเลือกตั้งปี 2552 เพราะเราไม่ได้หวังผลตรงนั้น แต่เราทำเพื่อพัฒนาประเทศในระยะยาว"

@ ย้ำถังไม่แตกคุยเรื่องเงินไม่มีปัญหา

ผ ู้สื่อข่าวถามว่า แต่ฝ่ายค้านระบุว่าการใช้รูปแบบบาร์เตอร์เทรดขาดความโปร่งใสที่สุด นพ.สุรพงษ์หัวเราะก่อนบอกว่า "คนพูดเรื่องนี้ไม่เข้าใจว่าหลักบาร์เตอร์เทรดว่าคืออะไร คือแทนที่เราจะจ่ายเงินให้บริษัทต่างๆ เราก็จ่ายเงินให้เกษตรชาวไทยแทน มันทำให้เกษตรกรชาวไทยมีตลาดที่ชัดเจน ทั้งนี้เราไม่ได้จำกัดจำนวนโครงการที่จะใช้วิธีบาร์เตอร์เทรด ถ้าใครมีข้อเสนอที่น่าพอใจเราก็จะให้ลงทุนด้วย"

เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่าสาเหตุที่รัฐบาลต้องเลื่อนเวลาประมูลเมกะโปรเจ็คต์ออก ไปเป็นช่วงเมษายน 2549 เป็นเพราะถังแตก ไม่มีเงิน ต้องรอรายได้จากการจัดเก็บภาษี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไม่เกี่ยวกันเลย เรื่องงบประมาณ ไม่มีปัญหาเลย ล่าสุดกระทรวงการคลังก็รายงานในที่ประชุม ครม.ว่ารายได้ที่จัดเก็บได้ในเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนสูงกว่าที่มีการประมาณกา รเอาไว้ ความจริงถ้าจะทำตามเดิมคือเดือนมกราคม 2549 ก็เริ่มประมูลได้ เงินมีอยู่ แต่ถ้าถามว่าถ้ารออีก 2-3 เดือนแล้วได้สิ่งที่ดีที่สุดน่าจะดีกว่าหรือไม่

@ อิสราเอลสนร่วมประมูลเมกะโปรเจ็คต์น้ำ

ค ุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการหารือร่วมกับนายเอฮุด โอเมิท รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม การค้าและแรงงาน ประเทศอิสราเอล ว่า อิสราเอลแสดงความสนใจที่จะเข้าร่วมการประมูลงานโครงการเมกะโปรเจ็คต์เรื่องน ้ำ โดยจะส่งเจ้าหน้าที่และนักวิชาการเข้ามาทำการศึกษาเข้ามูลเรื่องน้ำของประเท ศไทยอย่างละเอียด โดยรูปแบบโครงการน้ำที่จะเปิดประมูลจะเน้นหนักไปที่การทำระบบผันน้ำในแต่ละพ ื้นที่เป็นหลัก ซึ่งระหว่างการหารือนายเอฮุด ยังกล่าวชื่นชมแนวคิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ เกี่ยวกับการเปิดประมูลแบบใหม่ของไทย ที่ให้ต่างชาติเข้ามาร่วมประมูลงาน ซึ่งจะทำให้ไทยมีโอกาสรับทราบความก้าวหน้าในเทคโนโลยีของชาวต่างชาติ

ค ุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า กรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งข้อสังเกตว่าไทยจะเสียผลประโยชน์นั้น อยากให้นายอภิสิทธิ์เปิดใจให้กว้างมากกว่านี้ เพราะเจตนาสำคัญของรัฐบาลที่จะให้ต่างประเทศเข้ามาประมูลงานคือ การหาเทคโนโลยีที่ดีสุดมาใช้

"ท่านผู้นำฝ่ายค้านควรจะมีวิสัยทัศน์ ที่ดีกว่านี้ ไม่ใช่มองอะไรเพียงด้านเดียว เพราะรัฐบาลมองเรื่องผลประโยชน์ของประเทศเป็นหลักอยู่แล้ว" คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวและว่า การประมูลงานระดับนานาชาตินั้น ผู้ประกอบการไทยก็มีสิทธิเข้าร่วม เพราะจะไม่ใช่ลักษณะการหาผู้รับเหมามาดำเนินงาน แต่เป็นการตั้งโจทย์เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาทั้งระบบ

@ "เพ้ง"ประมูลแบบเทิร์นคีย์รถไฟฟ้า10สาย

น ายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวในงานสัมมนาวิชาการเรื่อง "การพัฒนาระบบขนส่งมวลชน เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเมือง และการแก้ไขปัญหาการจราจรที่ยั่งยืน" ถึงความคืบหน้าการเปิดประมูลการก่อสร้างโครงข่ายระบบขนส่งมวลชน 10 เส้นทาง ว่า เร่งจัดทำข้อมูลและขอบเขตของการจัดทำทีโออาร์(เงื่อนไขการยื่นข้อเสนอ) เพื่อประกวดราคา โดยใช้วิธีการเปิดประมูลนานาชาติแบบเทิร์นคีย์(จ้างเหมาเบ็ดเสร็จ) ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ยื่นข้อเสนอทั้งทางด้านเทคนิค การเงิน แผนงาน และแผนการลงทุน อาจจะเป็นการลงทุนแบบการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนในการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ของภาครัฐ(Public & Private Participation : PPP) หรือ การร่วมลงทุนแบบก่อสร้างและเข้ารับสัมปทาน(Build Operate & Transfer : BOT) โดยฝ่ายไทยจะพิจารณาเลือกข้อเสนอที่ดีและเหมาะสมที่สุด

นายพงษ์ ศักดิ์กล่าวว่า ในอนาคตความต้องการในการเดินทางของประชาชนในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะเพิ่ม สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ในขณะที่โครงข่ายถนนและระบบขนส่งสาธารณะไม่สามารถตอบสนองได้อย่างทั่วถึง ดังนั้น ภายใต้งบประมาณ 555,737 ล้านบาท แผนการดำเนินงานด้านการวางโครงข่ายระบบขนส่งมวลชนต้องพิจารณาบนพื้นฐานที่เห ็นประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก ซึ่งนำไปสู่การให้ประชาชนลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลและหันมาใช้ระบบขนส่งสาธาร ณะมากขึ้น

@ "อภิสิทธิ์"ข้องใจไม่ให้ต่างชาติลงทุนสื่อสาร

นา ยอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า วันนี้รัฐบาลหมดกำลังจะไปต่อรองกับผู้ลงทุนต่างชาติว่าจะให้นักลงทุนทำอะไร จึงต้องสัมปทานเลหลังประเทศ บอกว่าใครต้องการอะไรก็เข้ามา ให้เลือกทำธุรกิจได้แทบทุกอย่าง ไม่เว้นแม้แต่ความมั่นคง ยกเว้นเรื่องเดียวที่รัฐบาลไม่เปิดโอกาสให้เข้ามาคือ ด้านโทรคมนาคม จริงอยู่ที่รัฐบาลบอกว่าการเชิญนักลงทุนต่างชาติมาไม่ต้องใช้เงิน แต่ผู้มาลงทุนย่อมได้ประโยชน์จากเงื่อนไขหรือสัมปทานในการเข้ามาลงทุน และการให้ต่างชาติเข้ามาก็เป็น "วิน-วิน" คือ ได้ทั้งคู่คือนักลงทุนและรัฐบาลที่จัดสรรเค้กกัน แต่ไม่ใช่ "วิน-วิน-วิน" ซึ่งวินตัวที่สามคือ ประชาชน เพราะไม่มีส่วนร่วมที่จะไปบอกว่าต้องการอะไร

หน้า 1



จาก หนังสือพิมพ์มติชน : หนังสือพิมพ์คุณภาพ เพื่อคุณภาพของประเทศ 17 ธ.ค. 2548

0 Comments:

Post a Comment

<< Home