แกะรอยประมูลคอมฯ 4,000 ล.
โครงการจัดซื้อคอมพิวเตอร์ 2.5 แสนเครื่อง มูลค่า 4,000 ล้านบาท ของกระทรวงศึกษาธิการสำหรับโรงเรียนกว่า 23,000 แห่งทั่วประเทศ ถือว่าเป็นโปรเจ็กต์ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีการจัดซื้อมา ทำให้เป็นที่สนใจและจับจ้องของทั้งยักษ์อินเตอร์แบรนด์และโลคอลแบรนด์ แต่เมื่อนายกรัฐมนตรี "ทักษิณ ชินวัตร" มีนโยบายว่าต้องการให้จัดซื้อเป็นชิ้นส่วนเพื่อที่จะให้ทั้งเด็กอาชีวะและเด ็กนักเรียนมีโอกาสได้สัมผัสและเป็นผู้ประกอบคอมพิวเตอร์เอง ก็ทำให้วงการปั่นป่วนไปชั่วขณะ
และเพื่อตอบโจทย์ของนายกรัฐมนตรี ทั้งเรื่องการให้นักเรียนได้มีส่วนร่วมในการประกอบเอง พร้อมกับสามารถส่งมอบคอมพิวเตอร์ให้กับโรงเรียนทั่วประเทศได้ทันในปีการศึกษ า 2549 คือในช่วงเดือนพฤษภาคม 2549 หลังจากศึกษาและรับฟังข้อมูลจากคนวงในแล้ว ในที่สุดผลสรุปของคณะอนุกรรมการเตรียมการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งมี นางมณีรัตน์ ผลิพัฒน์ รองปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เป็นประธาน ก็สรุปว่า จะแยกการจัดซื้อออกเป็น 5 ภูมิภาค ประกอบด้วย ภาคเหนือ ใต้ กลาง ตะวันออก และตะวันออกเฉียงเหนือ
โดย แต่ละภาคจะคัดเลือกผู้ชนะการประกวดราคา 1 ราย เพื่อจัดหาชิ้นส่วนทั้งแบบเครื่องประกอบสำเร็จรูปและแบบที่จัดเป็นชุดชิ้นส่ วน โดยมีเงื่อนไขว่า โรงเรียนที่มีนักเรียนต่ำกว่า 400 คน จะได้รับเครื่องที่ประกอบเสร็จเรียบร้อยแล้ว และโรงเรียนที่มีนักเรียนมากกว่า 400 คน ก็จะรับเป็นชิ้นส่วน โดยมีสำนักงานอาชีวศึกษาจะดูแลการประกอบเครื่องควบคู่กับผู้ชนะการประมูลของ แต่ละโซน
เพราะถ้างานนี้ใช้การประมูลลอตใหญ่ทีเดียว 2.5 แสนเครื่อง คงจะมีผู้เข้าประมูลได้เฉพาะรายใหญ่ไม่กี่ราย และยังอาจจะมีปัญหาความยุ่งยากของการบริหารจัดการ และการควบคุมคุณภาพสินค้าและบริการหลังการขาย
แต่เมื่อผลสรุปออกมา ให้แบ่งโซนก็เท่ากับเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการโลคอลแบรนด์มีโอกาสเข้าร่วมประ มูลมากขึ้น แต่ก็คงไม่ง่าย เพราะงานนี้มียักษ์ผู้ผลิตจากจีน อย่าง "เลอโนโว" หมายมั่นปั้นมือใช้โครงการนี้เป็นตัวเจาะเข้าตลาดเมืองไทย
สำหรับสเป็กที่ทางไอซีทีกำหนดในขั้นต้น จะใช้ซีพียู 64 บิต โดยเป“นการเปิดกว้างให้ทั้งอินเทล และเอเอ็มดีมีโอกาสในการเข้าร่วมโครงการ โดยถ้าเป็นอินเทลจะเป็น celeron D331 ความเร็ว 2.66 GHz หรือเอเอ็มดีรุ่น Sempron 2800+ ส่วนหน่วยความจำกำหนดไว้ 512 MB DDR และฮาร์ดดิสก์ความจุ 80 จิกะไบต์
ส่วนระบบปฏิบัติการนั้น คณะทำงานก็สรุปว่าจะใช้วินโดวส์ของ "ไมโครซอฟท์" แล้วโดยอธิบายเหตุผลว่า คนทั่วไปยังไม่มีความรู้ในระบบปฏิบัติการแบบโอเพ่นซอร์ซ และโครงการนี้ต้องส่งมอบให้กับโรงเรียนในต่างจังหวัด ยังไม่มีบุคลากรที่มีความรู้ความเข้าใจเพียงพอในการจัดการเมื่อระบบมีปัญหา ก็ไม่รู้ว่าอย่างนี้เมื่อไหร่คนไทยจะรู้จักโอเพ่นซอร์ซสักที
หน้า 36
หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ : 14 พย 2548
และเพื่อตอบโจทย์ของนายกรัฐมนตรี ทั้งเรื่องการให้นักเรียนได้มีส่วนร่วมในการประกอบเอง พร้อมกับสามารถส่งมอบคอมพิวเตอร์ให้กับโรงเรียนทั่วประเทศได้ทันในปีการศึกษ า 2549 คือในช่วงเดือนพฤษภาคม 2549 หลังจากศึกษาและรับฟังข้อมูลจากคนวงในแล้ว ในที่สุดผลสรุปของคณะอนุกรรมการเตรียมการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งมี นางมณีรัตน์ ผลิพัฒน์ รองปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เป็นประธาน ก็สรุปว่า จะแยกการจัดซื้อออกเป็น 5 ภูมิภาค ประกอบด้วย ภาคเหนือ ใต้ กลาง ตะวันออก และตะวันออกเฉียงเหนือ
โดย แต่ละภาคจะคัดเลือกผู้ชนะการประกวดราคา 1 ราย เพื่อจัดหาชิ้นส่วนทั้งแบบเครื่องประกอบสำเร็จรูปและแบบที่จัดเป็นชุดชิ้นส่ วน โดยมีเงื่อนไขว่า โรงเรียนที่มีนักเรียนต่ำกว่า 400 คน จะได้รับเครื่องที่ประกอบเสร็จเรียบร้อยแล้ว และโรงเรียนที่มีนักเรียนมากกว่า 400 คน ก็จะรับเป็นชิ้นส่วน โดยมีสำนักงานอาชีวศึกษาจะดูแลการประกอบเครื่องควบคู่กับผู้ชนะการประมูลของ แต่ละโซน
เพราะถ้างานนี้ใช้การประมูลลอตใหญ่ทีเดียว 2.5 แสนเครื่อง คงจะมีผู้เข้าประมูลได้เฉพาะรายใหญ่ไม่กี่ราย และยังอาจจะมีปัญหาความยุ่งยากของการบริหารจัดการ และการควบคุมคุณภาพสินค้าและบริการหลังการขาย
แต่เมื่อผลสรุปออกมา ให้แบ่งโซนก็เท่ากับเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการโลคอลแบรนด์มีโอกาสเข้าร่วมประ มูลมากขึ้น แต่ก็คงไม่ง่าย เพราะงานนี้มียักษ์ผู้ผลิตจากจีน อย่าง "เลอโนโว" หมายมั่นปั้นมือใช้โครงการนี้เป็นตัวเจาะเข้าตลาดเมืองไทย
สำหรับสเป็กที่ทางไอซีทีกำหนดในขั้นต้น จะใช้ซีพียู 64 บิต โดยเป“นการเปิดกว้างให้ทั้งอินเทล และเอเอ็มดีมีโอกาสในการเข้าร่วมโครงการ โดยถ้าเป็นอินเทลจะเป็น celeron D331 ความเร็ว 2.66 GHz หรือเอเอ็มดีรุ่น Sempron 2800+ ส่วนหน่วยความจำกำหนดไว้ 512 MB DDR และฮาร์ดดิสก์ความจุ 80 จิกะไบต์
ส่วนระบบปฏิบัติการนั้น คณะทำงานก็สรุปว่าจะใช้วินโดวส์ของ "ไมโครซอฟท์" แล้วโดยอธิบายเหตุผลว่า คนทั่วไปยังไม่มีความรู้ในระบบปฏิบัติการแบบโอเพ่นซอร์ซ และโครงการนี้ต้องส่งมอบให้กับโรงเรียนในต่างจังหวัด ยังไม่มีบุคลากรที่มีความรู้ความเข้าใจเพียงพอในการจัดการเมื่อระบบมีปัญหา ก็ไม่รู้ว่าอย่างนี้เมื่อไหร่คนไทยจะรู้จักโอเพ่นซอร์ซสักที
หน้า 36
หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ : 14 พย 2548

0 Comments:
Post a Comment
<< Home